การเดินทางของชายที่ชื่อ ดิว็อก โอริกี

 

ดิว็อก โอริกี Divock Okoth Origi  เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1995 ที่เมืองโอสเตนเดอ ประเทศเบลเยี่ยม โอริกีเริ่มเดินเข้าเส้นทางสายฟุตบอลตั้งแต่ 6 ขวบ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลและฉายแววพรสวรรค์เหนือกว่าเด็กๆในวัยเดียวกัน เมื่อายุได้ 9 ขวบ เขาได้ไปเป็นเยาวชนฝึกหัดของ เกงค์ และเริ่มฉายแววในตำแหน่งมิดฟิลด์ก่อนผลักดันให้ไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าเต็มตัวและฟอร์มได้ไปเข้าตาแมวมองของทีมลีลล์และย้ายไปอยู่ที่ฝรั่งเศสตอนอายุ 15ปี เขาลงเล่นให้ลีลล์ อยู่ 3 ฤดูกาลคือ 2012-2015 ลงเล่นไปทั้งหมด 89 นัด ทุกรายการ ยิงไปทั้งหมด 18 ประตู

และใน 2015 แมวมองของลิเวอร์พูลได้ไปติดตามดูฟอร์มการเล่นและได้กระชากตัวเขาเข้ามาในถิ่นแอนฟิลด์ในปี 2015  ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์และได้ถูกปล่อยตัวให้ลีลล์ยืมตัวไปใช้ก่อน 1 ฤดูกาลและทันไดนั้นตำแหน่งกุนซือของลิเวอร์พูลได้เปลี่ยนผ่านจากแบรนดอน รอดเจอร์ มาเป็น เจอร์ คอปป์ ทำให้ความหวังของเขาเริ่มหลิบหรี่และน้อยเพราะต้องนั่งเป็นตัวสำรองของ ฟีร์มิโน่, ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ รวมถึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และในปี 2016 โอริกีได้ถูกปล่อยให้โวล์ฟส์บวร์กยืมตัวเขาลงเล่นไป 34 นัด ยิงได้แค่ 6 ประตู ถือว่าเป็นผลงานที่น่าผิดหวังและโวล์ฟส์บวร์ก

 

จนปี2018 เขาได้กลับมายังถิ่นแอนฟิลด์อีกครั้งแต่ก็เหมือนเดิมได้นั่งสำรองกองหน้าซุปตาอย่าง มาเน่ ซาร่า ฟีร์มีโน อีกต่อไป จนถึงตลาดฤดูหนาว การจากไปของคูติญโญ่ ทำให้โอริกีมีความหวังมากขึ้นและตอนนั้น ลิเวอร์พูลกำลังขับเคี่ยวขั้วแชมป์อยู่ 2 รายการ ทั้งพรีเมียร์ลีก  และยุฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก โอริกีจึงได้โอกาสลงสนามช่วยทัพหงส์แดงบ้าง จนหมดฤดูกาล 2018 ลิเวอร์พูลอกหักทำได้แค่รองแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก นายใหญ่อย่างเจอร์เก้น คอปป์ ได้คิดผิดพลาดอย่างมหันต์ที่ได้เกือบจะปล่อยเพชฆาตมือดีอย่างโอริกีออกไปจากถิ่นแอนฟิลด์

และฤดูกาล 2019 ที่ตื่นเต้นก็ได้เริ่มขึ้นทัพหงส์แดงมาในปีนี้กำลังรบพร้อมเพราะได้ประการหลังอย่าง ฟานไดน์ นายทวารอย่าง อลิซง เบคเกอร์ มาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม จึงทำให้หงส์แดงผงาดมาลุ้นแชมป์กับแมนซิตี้อย่างคู่คี่สูสีแลกกันหมัดต่อหมัดนัดต่อนัด โอริกีลงช่วยลิเวอร์พูลไปทั้งหมด 21 นัด ยิงไปได้7 ประตู แต่ละตูที่ทำได้คือพลิกนรกคว้า 3 แต้มให้ทีมมาตลอดแต่สุดท้ายก็ตามแมนซิตี้ไม่ทันได้แค่รองแชมป์ที่แต้มห่างเพียงแต้มเดียว และแล้วเหตุการณ์สร้างวีรบุรุษก็เกิดขึ้น ในเกมยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกรอบรองชนะเลิศ ลิเวอร์พูลตามหลังบาเซโลน่า 0-3 และในนัดที่สองที่หงส์แดงจะเข้ารอบต้องยิงถึง4-0 เพราะตัวหลักอย่าง ซาร่า ฟีร์มีโนและ เกอิต้า เจ็บไม่มีแม้ชื่อในผู้เล่นสำรองแต่ค่ำคืนแห่งยูโรเปี้ยนไนท์ที่แอนฟิลด์ก็เกิดขึ้นอีกครั้งแทบไม่มีใครเชื่อว่า หงส์แดงจะกลับมาได้ด้วยการถล่มทีมจากต่างดาวอย่างบาเซโลน่าไปถึง 4-0 พลิกนรกเข้าชิง และนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2018 ก็ได้จบลงอย่างสวยหรู โอริกียิงประตูปิดท้ายตอกฝาโลงฝัง สเปอร์ และเถลิงคว้าแชมป์เปี้ยนลีกถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรปมาครองสมัยที่6 ได้สำเร็จปิดฉากฤดูกาล 2018

Leave a Comment